รีวิว แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ

แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ

แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ เริ่มต้นจากมังงะชื่อ Maiko-san Chi no Makanai-san ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Weekly Shōnen Sunday ของญี่ปุ่น เรื่องนี้โด่งดังอย่างรวดเร็วเพราะเนื้อหาที่ทั้งอบอุ่นและเข้าถึงได้ โดยเล่าเรื่องราวชีวิตของ “ไมโกะ” หรือเด็กสาวที่ฝึกฝนเพื่อจะเป็น “เกอิชา” ในเมืองเกียวโต อาชีพที่เป็นทั้งศิลปะและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังค่อย ๆ หายไปจากสังคมปัจจุบัน ความน่ารักของมังงะเรื่องนี้อยู่ตรงที่ผู้เขียนไม่ได้เน้นความหรูหราของโลกเกอิชา แต่เลือกเล่าผ่านสายตาของ “คิโยะ” เด็กสาวจากอาโอโมริที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนสนิท “ซูมิเระ” เพื่อฝันอยากเป็นไมโกะ แต่โชคชะตากลับพาให้เธอไม่ได้กลายเป็นผู้แสดง แต่กลายเป็น “ผู้ปรุง” ผู้ดูแลหัวใจและท้องของทุกคนในบ้านไมโกะด้วยอาหารจานอุ่น

หลังจากมังงะได้รับความนิยม จึงถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะในชื่อ “Kiyo in Kyoto: From the Maiko House” ที่หลายคนอาจเคยชมผ่านทาง Bilibili ตัวอนิเมะนั้นคงไว้ซึ่งความอบอุ่นแบบต้นฉบับ แถมใส่สีสันสดใสของโลกเกอิชาได้อย่างละเมียด ก่อนที่ในปี 2023 จะถูกต่อยอดมาเป็นไลฟ์แอ็กชันโดย Netflix ภายใต้ชื่อ “The Makanai: Cooking for the Maiko House” ที่ได้ผู้กำกับชื่อดัง ฮิโรคาซุ โคเรเอดะ (จาก Shoplifters และ Broker) มานั่งแท่นควบคุม ซึ่งเพียงแค่นี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าซีรีส์นี้จะไม่ธรรมดาแน่นอน

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ “คิโยะ” และ “ซูมิเระ” เดินทางจากบ้านเกิดในอาโอโมริมุ่งหน้าไปยังเกียวโต เพื่อสมัครเข้าเป็นไมโกะ ทั้งสองต่างมีความฝันและความตั้งใจเต็มเปี่ยม แต่เมื่อถึงเวลาคัดเลือก คิโยะกลับถูกตัดออกเพราะไม่เหมาะกับบทบาทไมโกะ เธอเสียใจแต่ไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจอยู่ต่อในบ้านไมโกะในฐานะ “มาคานัย” หรือ “แม่ครัวประจำบ้าน” แทน จากเด็กหญิงที่ไม่รู้จักการครัวมากนัก คิโยะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีดูแลผู้อื่นผ่านอาหาร เธอใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการเลือกวัตถุดิบ การจัดจาน และความรู้สึกของผู้ที่ได้กิน อาหารทุกจานของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ ความอบอุ่น และความเข้าใจในหัวใจของคนกิน

ในขณะเดียวกัน “ซูมิเระ” เพื่อนรักของเธอก็ค่อย ๆ เติบโตเป็นไมโกะดาวรุ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบ้าน ทั้งคู่ต่างอยู่บนเส้นทางของตัวเอง หนึ่งคนเสิร์ฟความสุขผ่านรอยยิ้มและการร่ายรำ อีกคนเสิร์ฟความอบอุ่นผ่านกลิ่นหอมของอาหาร แต่หัวใจของทั้งคู่ยังคงเชื่อมถึงกันเสมอ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ “คิโยะ” และ “ซูมิเระ” เดินทางจากบ้านเกิดในอาโอโมริมุ่งหน้าไปยังเกียวโต เพื่อสมัครเข้าเป็นไมโกะ ทั้งสองต่างมีความฝันและความตั้งใจเต็มเปี่ยม แต่เมื่อถึงเวลาคัดเลือก คิโยะกลับถูกตัดออกเพราะไม่เหมาะกับบทบาทไมโกะ เธอเสียใจแต่ไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจอยู่ต่อในบ้านไมโกะในฐานะ “มาคานัย” หรือ “แม่ครัวประจำบ้าน” แทน จากเด็กหญิงที่ไม่รู้จักการครัวมากนัก คิโยะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีดูแลผู้อื่นผ่านอาหาร เธอใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการเลือกวัตถุดิบ การจัดจาน และความรู้สึกของผู้ที่ได้กิน อาหารทุกจานของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ ความอบอุ่น และความเข้าใจในหัวใจของคนกิน
แต่ละตอนเหมือนบันทึกประจำวันของบ้านไมโกะ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นอาหาร และบทสนทนาเล็ก ๆ ที่แฝงความหมาย เช่น การเตรียมอาหารเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น การซักชุดกิโมโน หรือการซ้อมรำในสวนเงียบ ๆ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับสะท้อนถึง “ชีวิตที่ค่อย ๆ เติบโต” ของเด็กสาวทั้งสองได้อย่างลึกซึ้ง งานภาพของซีรีส์ใช้โทนอบอุ่นแบบ Soft Natural Light ที่สะท้อนกลิ่นอายเกียวโตยุคเก่าได้อย่างงดงาม ทุกเฟรมเหมือนภาพถ่ายฟิล์มที่ถ่ายทอดความละมุนของชีวิตในเรือนเล็ก ๆ เต็มไปด้วยไม้ไผ่ กลิ่นชา และเสียงรองเท้าไม้กระทบพื้นหิน

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้มีเสน่ห์คือการใช้ “เกียวโต” ไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เป็น “ตัวละคร” หนึ่งของเรื่อง เกียวโตในเรื่องไม่ได้เน้นความเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่เน้นชีวิตชาวบ้าน วัดเล็ก ๆ ร้านค้าริมทาง และตรอกซอกซอยที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมm เมื่อกล้องพาเราเดินผ่านตลาดสดเช้า เห็นแม่ค้าขายเต้าหู้สดหรือผักฤดูหนาว เราเหมือนถูกพาเข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริง ๆ มันไม่ใช่ความสวยหรูของโปสการ์ด แต่เป็น “ความจริง” ที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยมนุษยธรรม เกียวโตใน “แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ” เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้ “พักใจ” ทั้งคิโยะที่หาทางใหม่ในชีวิต และซูมิเระที่เรียนรู้จะรับมือกับแรงกดดันของชื่อเสียง ทั้งคู่ต่างเติบโตท่ามกลางเมืองที่ค่อย ๆ สอนให้พวกเธอรู้จัก “ความพอดี” ในการใช้ชีวิต

รูปแบบสไตล์หนังเรื่อง แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ

สไตล์หนังเรื่อง แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ ซีรีส์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนในสไตล์การกำกับ เรียบง่าย สงบ และให้ความสำคัญกับ “รายละเอียดเล็ก ๆ” เช่น แสงแดดลอดผ่านหน้าต่าง เสียงต้มน้ำซุป หรือการหั่นผักเบา ๆ สิ่งเหล่านี้คือจังหวะชีวิตแบบ Wabi-sabi (ความงามในความไม่สมบูรณ์) ที่เป็นหัวใจของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ดนตรีประกอบก็มีบทบาทสำคัญ ใช้เสียงเปียโนและเครื่องสายบางเบา แทรกเข้ามาในจังหวะที่พอดี ไม่ขัดอารมณ์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังจิบชาเขียวในยามเช้า เงียบ สงบ แต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

สรุปรีวิว แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ

แม่ครัวแห่งบ้านไมโกะ ซีรีส์ที่ไม่ต้องใช้พลังดึงดูดแบบหวือหวา แต่กลับอบอวลด้วยเสน่ห์ของ “ความเป็นมนุษย์” ในทุกมิติ มันเป็นซีรีส์ที่เมื่อดูจบแล้ว เราไม่เพียงหิวอาหารญี่ปุ่น แต่ยังรู้สึก “อิ่มใจ” อย่างประหลาด ทุกจานอาหารในเรื่องเหมือนบทสนทนาเล็ก ๆ ที่สอนให้เราเห็นว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องหรูหรา บางครั้งก็อยู่แค่ในข้าวกล่องที่เราทำให้ใครสักคนด้วยใจ หรือรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ส่งให้คนข้าง ๆ และถ้าซีรีส์เรื่องนี้เป็นอาหารสักจาน มันก็คงจะเป็น “ซุปมิโสะร้อน ๆ” เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ซึมลึกถึงหัวใจ

ดูหนังฟรี ไม่กระตุก

🍿 milwaukeechambertheatre.com

🍿 MegaBox HD

🍿 is-portal.com

🍿 www.yaminidas.com